เพราะทุกทิวามีราตรี
posted on 04 Feb 2007 14:47 by saintsddรัตติกาลสีนิลที่เงียบสงัด และไร้ซึ่งแสงดาว
มนตร์แห่งความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด
ครอบคลุมไปทั่วทั้งท้องนภาที่กว้างขวางเกินจะกล่าว
สายลมหวีดหวิวที่พัดผ่าน และกรีดผิวกาย
พัดพาเอาความหนาวเหน็บ จับขั้วหัวใจ
ท่านทั้งหลายเอ๋ย
ท้องนภายามราตรีที่หนาวเหน็บและมืดมนนั้น
หากผู้ใดได้ลิ้ม แลสัมผัส
คงพบกับความเหงา แลความสิ้นหวังที่เหลือประมาณ
.
.
.
หยาดน้ำตานับหมื่นพันที่หลั่งริน
กับความหมองหม่นอันนิจนิรันดร์
.
ความมืดที่แผ่ปกคลุมหนทาง
ทำให้ยาก หยั่งรู้ถึงอนาคต
.
ทุกชีวิตล้วนต้องประสบ
ทุกๆวันล้วนต้องพบเจอ
ไม่มีทางหลีกลี้หรือหนีพ้น
จำแต่ต้องเชื่อมั่นในการมาของแสงอรุณรุ่ง
หากเพียงมั่นคงในหนทางที่ดำรง
คงไม่หวั่นแม้ความมืดบดบังตา
ทางเดินที่ยึดมั่นมาแต่ครั้งกาล
เส้นทางที่ทอดยาวไปยังความสว่างไสว
อย่าได้สับสน
เพียงเพราะการมาเยือนของราตรี
.
เส้นทางแห่งชีวิตที่วกวน
หนึ่งวันของชีวิตที่ทั้งมืดและสว่าง
เพราะเป็นเช่นนั้นจึงง่ายที่จะเข้าใจ
ว่าความจีรังนั้นมิอาจหาได้ในโลกา
.
ความมืดนั้นมิอาจหลีกเลี่ยงได้ไม่ว่าจะพยายามเพียงไร
ไยเราจึงไม่เอาความพยายามที่จะหลีกหนีนั้น
มาใช้กับการสร้างแสงสว่างของเราเอง
แสงเทียนแม้จะเล็กน้อยเพียงใด
ก็ช่างอบอุ่นและสว่างไสวเหลือประมาณในความมืดมิด
.
.
.
ความมืดที่บดบังนิมิต
จัก จากลาไปเมื่อ ตะวันคืนนภา
อย่าท้อแท้ หรือหลงผิด
อย่ารีบเร่งฤาลนลาน
.
.
.
เปลวเทียนดวงน้อยเอ๋ย
เจ้าช่างทอประกายสว่างไสว
ดวงไฟดวงน้อยเอ๋ย
ความอบอุ่นของเจ้าช่างเยียวยาหัวใจที่เหน็บหนาว
แสงสว่างดวงน้อยเอ๋ย
.....ความมืดนั้นไม่น่ากลัวเลย...
เรื่องสั้นภาษาสวยเหมือนเดิมเน้ ชอบๆ
แต่งอีกๆ ฮูเร~
#1 By Rem on 2007-02-04 17:26